นโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ถือกำเนิดโดยขบวนการสหกรณ์ไทยที่มีผู้ถือหุ้นเป็นสหกรณ์ประเภทต่างๆ ทั้ง 7 ประเภท ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ร้าค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ร่วมกัน (Synergy ) ถือหุ้นดำเนินธุรกิจประกันชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจของขบวนการสหกรณ์เพื่อสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์และปวงชนที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ เสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้กับสมาชิก บุคคลในครอบครัว และประชาชนทั่วไปให้กินอิ่ม นอนอุ่น มีออม อันจะส่งผลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง


ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท คณะกรรมการตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ หรือ Corporate Governance (CG) ด้วยเชื่อว่าการบริหารงานที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ สามารถสร้างพลังร่วมกัน (Synergy) เพิ่มขีดความสามารถ (Ability) มีความมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) มีความพร้อมรับผิดต่อผลการบริหารที่เกิดขึ้น (Accountability) มีการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย (Legal Framework) มีคุณธรรมกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง (Integrity) มีความยุติธรรม เที่ยงตรง (Fairness) และมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Effectiveness and Efficiency) มุ่งสร้างคุณค่าให้กิจการเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่จะนำมาสู่ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน


เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้เอาประกันภัยและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ว่าบริษัทมีความสามารถในการแข่งขันในเชิงธุรกิจตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และสามารถปรับตัว เปลี่ยนแปลงภายใต้ปัจจัยต่างๆ ได้ โดยคำนึงถึงจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรอย่างยั่งยืน คณะกรรมการจึงได้อนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เพื่อเป็นหลักปฏิบัติให้คณะกรรมการ และพนักงานทุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้มีการดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานในระดับสากล และถูกต้องตามหลักกฎหมาย รวมถึงเป็นไปตามแนวปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจอย่างเคร่งครัด

 

 

หลักปฏิบัติ 1

ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน
(Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)

หลักปฏิบัติ 2

การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน
(Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)

หลักปฏิบัติ 3

เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล
(Strengthen Board Effectiveness)

หลักปฏิบัติ 4

สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร
(Ensure EffectiveCEO and People Management)

หลักปฏิบัติ 5

ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
(NurtureInnovation and Responsible Business)

หลักปฏิบัติ 6

ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
(Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

หลักปฏิบัติ 7

รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
(Ensure Disclosure and Financial Integrity)

หลักปฏิบัติ 8

สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
(Ensure Engagement and Communication with Shareholders)


การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
(Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

 

ประกอบด้วย 2 หลักปฏิบัติย่อย

หลักปฏิบัติที่ 1 บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิผล และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการของบริษัท กำกับดูแลให้บริษัทมีการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อบริษัท ทั้งการประเมินความเสี่ยง ผลกระทบและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง และมีวิธีจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ตลอดจนการติดตามและทบทวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาและกลั่นกรอง ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของบริษัทที่กำหนดไว้เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการ และให้ทุกหน่วยงานทำการทบทวนประเมินความเสี่ยง และดัชนีชี้วัดความเสี่ยงของตนเอง ปีละ 1 ครั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อรวบรวมและสรุปรายงาน ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการ

 

หลักปฏิบัติที่ 2 จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ

คณะกรรมการได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่ประกอบด้วย กรรมการอิสระไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการตรวจสอบทั้งหมด กรรมการอิสระท่านหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริษัททําหน้าที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามข้อบังคับ คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้กําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ตามแนวปฏิบัติของหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี ตามประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับ การจ่าย การตรวจสอบ และการควบคุมภายในของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ.2557


นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น

 
about-vision-objective
 

นโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดและการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล

คณะกรรมการบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายการควบคุมภายใน นโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน ตลอดจนนโยบายและระเบียบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยผู้บังคับบัญชาของฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงฝ่ายบริหารและพัฒนาทุนมนุษย์และฝ่ายบริหาร จะเป็นผู้ให้การสนับสนุน ดูแล รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯรวมถึงกำกับดูแลให้คำปรึกษาและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานหรือผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้พนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเต็มใจ ซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและไม่ให้มีการกระทำผิด การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการละเมิดสิทธิ์ใด ๆ เกิดขึ้นในบริษัทฯหากพนักงานบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียถูกปฏิบัติหรือพบเห็นการปฏิบัติอันขัดต่อนโยบายที่บริษัทมุ่งมั่นดังกล่าวในวรรคแรกบริษัทได้กำหนดนโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลไว้รองรับดังนี้

1.) บริษัทจัดให้มีช่องทางที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้สะดวกรวมถึงกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน (Whistle Blowing System) เพื่อให้พนักงานบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องเรียนถึงความเสียหายที่ตนได้รับ หรือแสดงข้อกังวล/รายงานสถานการณ์ที่มีข้อสงสัย ตลอดจนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯรวมถึงสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามจริยธรรมทางธุรกิจและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ข้อมูลที่รับแจ้งถือเป็นความลับ ผู้ให้ข้อมูลและผู้ที่ให้ความร่วมมือแก่บริษัท ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้รับการคุ้มครอง ไม่ถูกลงโทษและไม่ได้รับผลกระทบในทางลบจากการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส“การกระทำผิด (Misconduct)” หมายถึงการทุจริต คอร์รัปชัน การฉ้อฉล การละเมิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่หน่วยงานกำกับดูแลภายนอกกำหนด และ/หรือ การละเมิดจริยธรรมทางธุรกิจ นโยบาย มาตรการ ระเบียบ ขั้นตอนปฏิบัติที่บริษัท กำหนด

  • การทุจริต หมายถึง การกระทำหรือละเว้นการกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้หรือชอบด้วยกฎหมายแก่ตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    1. การคอร์รัปชัน (Corruption)คือ การกระทำที่ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ เงินสด สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดแก่ ภาครัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทเอกชน เจ้าหน้าที่บริษัทเอกชน เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ และมีเจตนาเพื่อซื้อความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมหรือเพื่อให้ได้รับประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจรวมถึงการให้หรือรับสินบน (Bribery) การช่วยเหลือทางการเมือง (Political Contribution) การขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) การข่มขู่/การเรียกร้องผลประโยชน์ (Economic Extortion) การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)
    2. การละเมิดในทรัพย์สินของบริษัท (Asset Misappropriation) คือ การนำทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนได้แก่การยักยอกเงินหรือทรัพย์สิน (Theft of Cash/Inventory/Other Asset) การเบิกจ่ายโดยใช้ข้อมูลเท็จ (Fraudulent Disbursements) การใช้ทรัพย์สินผิดวัตถุประสงค์ (Misuse)
    3. การตกแต่งรายงานทางการเงิน (Financial Statement Fraud) คือ การแสดงรายงานสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง (Over/Understatement) การปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงิน (Information Asymmetry)
  • การฉ้อฉล หมายถึง การกระทำหรือการละเว้นการกระทำโดยทุจริต เจตนาหลอกลวง เพื่อให้ได้ประโยชน์ที่มิควรได้หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่ตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่าผู้ได้รับประโยชน์จากการฉ้อฉลเป็นผู้กระทำเองหรือ บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำก็ตามซึ่งได้แก่ การเปิดเผยข้อความเท็จ หรือปิดบังข้อความจริง หรือปกปิดข้อมูลที่ควรได้รับการเปิดเผย

2.) บริษัทจัดให้มีมาตรการ /ระเบียบ /แนวทาง /ขั้นตอนปฏิบัติประกอบนโยบายนี้ที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสื่อสารแก่พนักงาน บุคคลภายนอกและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้รับทราบและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

3.) กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนจะไม่ละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยจะต้องแจ้งเบาะแสไปยังช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

 

แนวปฏิบัติประกอบการดำเนินนโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดและการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล

1.) เกณฑ์ข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดที่จะได้รับการพิจารณาตอบสนองจัดการ

บริษัท พึงดูแลตอบสนองข้อมูลที่แจ้งเข้ามาตามลำดับความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับตลอดจนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยกำหนดเกณฑ์ข้อร้องเรียน/เบาะแสที่บริษัทจะพิจารณาตามนโยบายฉบับนี้ มีดังนี้

  1. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีหรือจริยธรรมธุรกิจของบริษัทซึ่งรวมถึงการทุจริตคอร์รัปชัน
  2. ข้อร้องเรียนหรือข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นเกี่ยวกับการฉ้อฉล ฉ้อโกง หรือปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งที่เกิดจากภายในซึ่งกระทำโดยกรรมการผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทและที่เกิดจากภายนอกซึ่งกระทำโดยลูกค้า บริษัทนายหน้าประกันชีวิต หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นอันจะทำให้บริษัทเสียหายหรือสูญเสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
  3. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎหมายหลักเกณฑ์และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตาม
  4. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานและนโยบายบัญชีและการเงินของบริษัท ที่กำหนดไว้แล้ว
  5. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรายการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) หรือรายการเกี่ยวโยง (Connected Transaction)
  6. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับงบการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทซึ่งเกิดจากการกระทำโดยมิชอบหรือมีการตกแต่งรายงานทางการเงิน
  7. ข้อร้องเรียนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการตรวจสอบกำหนดเพิ่มเติม

2.) ช่องทางร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการกระทำผิด

บริษัทได้ประกาศแจ้งช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเป็นช่องทางให้พนักงาน นักลงทุนบุคคลภายนอก กรรมการ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถแจ้งข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดที่เข้าข่ายเกณฑ์การพิจารณาตามข้อ1โดยจัดทำเป็นจดหมายหรืออีเมล์ส่งถึงประธานคณะกรรมการตรวจสอบผ่านทางเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบตามที่อยู่ดังนี้

  • จดหมายจ่าหน้าซองถึงเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบมายังสำนักงานของบริษัท หรือ
  • อีเมล์ saha@sahalife.co.th

3.) วิธีการแจ้งข้อมูล

  1. ผู้ให้ข้อมูลควรแจ้งข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด ตามช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่กำหนดไว้พร้อมทั้งระบุตัวตนของผู้แจ้งอย่างชัดเจน ได้แก่ ชื่อผู้ร้องเรียน เรื่องร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และข้อมูลการติดต่อกลับ โดยบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อร้องเรียนที่มาในรูปของบัตรสนเท่ห์
  2. ผู้ให้ข้อมูลควรระบุชื่อบุคคลและเหตุการณ์ที่ต้องสงสัยตลอดจนรายละเอียดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวมทั้งจำเป็นต้องแจ้งชื่อผู้ให้ข้อมูลและวิธีการติดต่อกลับเช่นอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่มีเจตนาในการให้ร้ายหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือต่อบริษัท นโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลบริษัท

4.) การดำเนินการของบริษัท

  1. เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนและกลั่นกรองข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามข้อ 1 และให้ข้อมูลที่เพียงพอหรือไม่พร้อมทำความเห็นเสนอต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาสั่งการเบื้องต้นว่ามีมูลเพียงพอให้ดำเนินการสอบสวนต่อหรือไม่ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเรื่องที่ได้รับแจ้งนั้นมีมูลเพียงพอให้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานสอบสวนที่ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และแจ้งตอบรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนหรือตอบขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน
  2. หน่วยงานสอบสวนที่รับเรื่องต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลการสอบสวนซึ่งรวมถึงแนวทางแก้ไขหรือบทลงโทษ (หากมี) ภายใน 90 วันยกเว้นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
  3. เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบนำรายงานผลการสอบสวนและบทลงโทษ (หากมี) เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาสั่งการภายใต้กรอบของกฎระเบียบของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  4. เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบแจ้งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงและผลการดำเนินการไปยังผู้แจ้งร้องเรียนภายใน 7 วัน ทำการนับจากวันที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบตามข้อ 4.3
  5. ห้ามมิให้เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยงานสืบสวนให้ข้อมูลการแจ้งเรื่องร้องเรียน การดำเนินสืบสวน และผลการสืบสวน แก่ผู้ที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ ผู้บริหารระดับสูง โดยในกรณีนี้ให้แจ้งไปยังประธานคณะกรรมการตรวจสอบโดยตรง

5.) การรักษาความลับและการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล

  1. บริษัทจัดให้มีการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน/ผู้ให้ข้อมูลที่กระทำโดยเจตนาสุจริต โดยจะคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ให้ข้อมูลไม่ให้ได้รับผลกระทบในทางลบรวมถึงปกปิดชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ไว้เป็นความลับ โดยห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามคำสั่งศาล หรือหน่วยงานกำกับดูแล
  2. พนักงานบริษัท ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ มีความโปร่งใส ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชัน และปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทจะได้รับความคุ้มครองไม่ให้ถูกลงโทษไม่เลิกจ้างไม่ลดตำแหน่งงานไม่ปรับเปลี่ยนลักษณะงาน/สถานที่ทำงานให้ด้อยลงไม่พักงานไม่ปล่อยให้มีการข่มขู่/รบกวนการปฏิบัติงาน แม้การกระทำนั้นจะส่งผลให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจก็ตาม
  3. ห้ามมิให้ผู้บริหารหรือพนักงานบริษัทเลิกจ้าง พักงาน ลงโทษทางวินัย หรือข่มขู่ว่าจะดำเนินการต่าง ๆ จากการที่พนักงานได้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิด หากผู้ใดกระทำการดังกล่าวจะถูกลงโทษทางวินัย
  4. ผู้ร้องเรียน/ผู้ให้ข้อมูลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกกระทำการตามข้อ 5.3 สามารถแจ้งร้องเรียนได้ตามช่องทางการร้องเรียนที่กำหนดไว้

6.) หน้าที่และความรับผิดชอบ

  • คณะกรรมการบริษัท/คณะกรรมตรวจสอบ/ฝ่ายบริหาร
    1. สอบทานให้บริษัทฯ มีนโยบายดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดและการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล รวมถึงกำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามนโยบายอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ นโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลบริษัท เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
  • เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
    1. ดูแลช่องทางรับข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และให้คำปรึกษาเรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติ
    2. รับข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด มากลั่นกรองและคัดแยกเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
    3. กำกับดูแลให้มั่นใจว่าทุกเรื่องร้องเรียนและเบาะแสที่เข้าหลักเกณฑ์และมีข้อมูลเพียงพอที่จะได้รับการพิจารณาตอบสนองจัดการตามนโยบายฉบับนี้
    4. แจ้งสถานะความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียน/ผู้แจ้งเบาะแสทราบเพื่อแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อข้อมูลที่ได้รับ
    5. รายงานผลการปฏิบัติงานตามนโยบายให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ
  • หน่วยงานสอบสวน
    1. หน่วยงานสอบสวนคือหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถในการวินิจฉัยข้อร้องเรียน/เบาะแสแต่ละประเภท ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายตรวจสอบภายในหรือบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับการมอบหมายจากประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นกรรมการสอบสวนแล้วแต่กรณีและต้องเป็นอิสระจากกิจกรรมที่ดำเนินการสอบสวน
    2. ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจัดทำรายงานผลการสอบสวนและเสนอบทลงโทษ (หากมี) กลับไปยังเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วรายงานต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาบทลงโทษ และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป

7.) การจัดทำทะเบียนและการรายงาน

  • การจัดทำทะเบียนเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่จัดทำทะเบียนรับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสการกระทำผิด และจัดทำรายงานสรุปการรับแจ้งข้อมูลการกระทำผิดทั้งหมดของบริษัทฯทั้งที่ได้พิจารณาแล้วหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน ให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ
  • การรายงาน
    1. ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉลคอร์รัปชันให้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงและผลการดำเนินการต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบทราบทันทีที่สรุปผลการสอบสวนกรณีที่เกิดเหตุการณ์หรือการกระทำใดซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อฐานะการเงินผลการดำเนินงานหรือชื่อเสียงของบริษัทให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่ชักช้าตามที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควรหากฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการบริษัทไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดให้กรรมการตรวจสอบรายงานการกระทำดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องทราบ
    2. ข้อร้องเรียนนอกจากข้อ 7.2.1 ให้รายงานสรุปผลการรับเรื่องร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิดต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี

8.) การทบทวนนโยบาย

บริษัทจะจัดให้มีทบทวนนโยบายการดูแลข้อร้องเรียน/เบาะแสการกระทำผิด และการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลเป็นประจำทุกปีทั้งนี้ หากผู้ร้องเรียนประสงค์จะร้องเรียนผ่านทางช่องทางอื่นนอกเหนือจากช่องทางและกระบวนการที่บริษัทได้กำหนดขึ้นตามนโยบายฉบับนี้ สามารถร้องเรียนมายังประธานคณะกรรมการบริษัทผ่านทางเลขานุการสำนักงานคณะกรรมการ โดยส่งจดหมายจ่าหน้าซองถึงเลขานุการสำนักงานคณะกรรมการ มายังสำนักงานของบริษัทหรืออีเมล์ saha@sahalife.co.th